NANNO PROPERTY
ซื้อขาย

เงินจอง เงินมัดจำ และเงินดาวน์ ต่างกันอย่างไร

ทีมงาน NANNO13 ส.ค. 2569อ่าน 6 นาที
เงินจอง เงินมัดจำ และเงินดาวน์ ต่างกันอย่างไร

เงินจอง เงินมัดจำ และเงินดาวน์เป็นเงินคนละก้อนที่จ่ายคนละจังหวะ เงินจองคือการแสดงเจตนาว่าจะซื้อ เงินมัดจำคือหลักประกันว่าจะปฏิบัติตามสัญญา ส่วนเงินดาวน์คือส่วนของราคาที่ผู้ซื้อจ่ายเองไม่ได้กู้

ความสับสนเกิดเพราะในทางปฏิบัติบางดีลเรียกก้อนเดียวกันด้วยชื่อต่างกัน สิ่งที่ตัดสินจริงจึงไม่ใช่ชื่อที่เรียก แต่คือสิ่งที่เขียนไว้ในเอกสาร

สรุปสั้น ๆ ก่อน

ถ้าจำได้แค่สามบรรทัด ให้จำสามบรรทัดนี้

  • **เงินจอง** จ่ายก่อนทำสัญญา เพื่อกันทรัพย์ไว้ให้เรา
  • **เงินมัดจำ** จ่ายตอนทำสัญญา เป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา
  • **เงินดาวน์** เป็นส่วนหนึ่งของราคา ที่ผู้ซื้อจ่ายเองไม่ได้มาจากเงินกู้

เงินจอง

ก้อนแรกและมักเล็กที่สุด

  • จ่ายเมื่อตกลงราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเป็นเรื่องเป็นราว
  • ทำหน้าที่กันไม่ให้ผู้ขายไปตกลงกับคนอื่นระหว่างที่กำลังเตรียมสัญญา
  • ควรได้ใบรับเงินที่ระบุว่าเป็นเงินจองของทรัพย์ใด และมีกำหนดว่าจะทำสัญญาเมื่อไร
  • โดยทั่วไปจะถูกนำไปหักจากราคาเมื่อทำสัญญาแล้ว แต่ต้องเขียนไว้ให้ชัด

อย่าวางเงินจองก่อนตรวจว่าผู้ขายเป็นผู้มีสิทธิ์ขายจริง · เป็นการตรวจที่ใช้เวลาไม่นานแต่ป้องกันปัญหาที่แก้ยากที่สุด

เงินมัดจำ

ก้อนที่มีผลผูกพันมากที่สุดในสามก้อน

  • จ่ายตอนทำสัญญาจะซื้อจะขาย
  • ทำหน้าที่เป็นหลักประกันว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามสัญญา
  • ผลเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัด ขึ้นอยู่กับที่เขียนไว้ในสัญญาเป็นหลัก
  • มักถูกนำไปหักจากราคาในวันโอน

เงินดาวน์

ไม่ใช่หลักประกัน แต่เป็นส่วนของราคา

  • คือส่วนของราคาที่ผู้ซื้อจ่ายเอง ส่วนที่เหลือจึงเป็นวงเงินที่ขอกู้
  • สัดส่วนที่ต้องดาวน์ขึ้นกับเงื่อนไขของธนาคารและกรณีของผู้กู้แต่ละราย ให้ตรวจกับธนาคารโดยตรง
  • ถ้าธนาคารประเมินราคาต่ำกว่าราคาซื้อขาย ผู้ซื้อต้องเตรียมส่วนต่างเพิ่มเอง
  • โครงการใหม่มักให้ผ่อนดาวน์เป็นงวดระหว่างก่อสร้าง ส่วนบ้านมือสองมักจ่ายครั้งเดียว

เตรียมฝั่งสินเชื่อได้ที่ ขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านง่าย

ถ้าไม่ได้ไปต่อ แต่ละก้อนเป็นอย่างไร

คำตอบไม่ได้มาจากชื่อของก้อนเงิน แต่มาจากเอกสาร

  • ถ้าเอกสารไม่ได้เขียนไว้ จะกลายเป็นเรื่องตีความและเถียงกันทีหลัง
  • กรณีที่ต้องเขียนไว้ให้ชัดที่สุดคือผู้ซื้อขอสินเชื่อไม่ผ่าน
  • ควรระบุด้วยว่าถ้าผู้ขายเป็นฝ่ายไม่ไปต่อ ผู้ซื้อจะได้อะไรคืนบ้าง
  • ระบุกำหนดเวลาคืนเงินให้ชัด ไม่ใช่เขียนว่าจะคืนโดยเร็ว

สิ่งที่ต้องเขียนไว้ในเอกสารทุกครั้ง

ไล่ตามนี้แล้วจะไม่มีก้อนไหนคลุมเครือ

  • ชื่อเรียกของก้อนเงินและจำนวน
  • ทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ระบุด้วยเลขที่เอกสารสิทธิ์
  • จะถูกหักจากราคาหรือไม่
  • เงื่อนไขและกำหนดเวลาคืน ในแต่ละกรณีที่ดีลไม่ไปต่อ
  • ลายมือชื่อของผู้รับเงินและวันที่

รายละเอียดสิ่งที่ต้องอ่านในสัญญา อยู่ที่ สัญญาจะซื้อจะขาย มีอะไรที่ต้องอ่านก่อนเซ็น · ลำดับของทั้งกระบวนการอยู่ที่ ขั้นตอนซื้อขายอสังหาฯ

คำศัพท์อื่นที่เจอบ่อยรวมไว้ที่ ศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ · ดูทรัพย์ที่ประกาศขายได้ที่ ทรัพย์ประกาศขาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

สัญญาจะซื้อจะขาย มีอะไรที่ต้องอ่านก่อนเซ็นกฎหมาย

สัญญาจะซื้อจะขาย มีอะไรที่ต้องอ่านก่อนเซ็น

สัญญาจะซื้อจะขายคือเอกสารที่ผูกพันจริง ไม่ใช่ใบจอง บทความนี้ไล่ทีละหัวข้อว่าควรมีอะไรและข้อไหนที่มักเขียนกำกวมจนเป็นปัญหาทีหลัง

ทีมงาน NANNO13 ส.ค. 25697 นาที
ขั้นตอนซื้อขายอสังหาฯ ตั้งแต่วางเงินจองถึงวันโอนซื้อขาย

ขั้นตอนซื้อขายอสังหาฯ ตั้งแต่วางเงินจองถึงวันโอน

การซื้อขายอสังหาฯ มีลำดับที่ค่อนข้างตายตัว รู้ลำดับแล้วจะรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนและอะไรควรเสร็จก่อนอะไร บทความนี้ไล่ให้ครบทั้งสองฝั่ง

ทีมงาน NANNO13 ส.ค. 25698 นาที
ศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ก่อนซื้อขายซื้อขาย

ศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ก่อนซื้อขาย

ศัพท์ที่คนในวงการใช้จนชินมักเป็นคำที่ทำให้ผู้ซื้อครั้งแรกงง บทความนี้รวมคำที่เจอบ่อยและอธิบายแบบที่ใช้ได้จริงตอนคุยกับนายหน้าหรือธนาคาร

ทีมงาน NANNO13 ส.ค. 25698 นาที
แชทผ่าน LINE