กู้ร่วมคือการที่คนมากกว่าหนึ่งคนร่วมกันเป็นผู้กู้ในสัญญาสินเชื่อฉบับเดียวกัน ธนาคารจะพิจารณารายได้และภาระหนี้ของทุกคนรวมกัน ทำให้วงเงินที่อนุมัติมักสูงกว่ากู้คนเดียว แต่ทุกคนที่ลงชื่อรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อน ไม่ใช่คนละครึ่ง
ประโยคสุดท้ายคือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด และเป็นที่มาของปัญหาเกือบทั้งหมดที่ตามมา
กู้ร่วมคืออะไร และไม่ใช่อะไร
แยกให้ชัดก่อนตัดสินใจ
- ทุกคนที่เป็นผู้กู้ร่วมมีหน้าที่ต่อธนาคารเต็มจำนวน ไม่ได้แบ่งกันตามสัดส่วน
- ถ้าคนหนึ่งไม่จ่าย ธนาคารเรียกจากอีกคนได้ทั้งหมด
- ประวัติการชำระของสินเชื่อนี้จะปรากฏในข้อมูลเครดิตของทุกคน
- ภาระหนี้ก้อนนี้จะถูกนับเมื่อผู้กู้ร่วมแต่ละคนไปขอสินเชื่ออื่นในอนาคต
ใครกู้ร่วมได้
ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดไม่เหมือนกัน ให้ตรวจกับธนาคารที่จะยื่นโดยตรง
- โดยทั่วไปคือผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติหรือคู่สมรส
- บางธนาคารรับพี่น้องหรือบุตร บางแห่งมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
- จำนวนผู้กู้ร่วมสูงสุดต่างกันตามนโยบายของแต่ละธนาคาร
- ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องผ่านเกณฑ์ของธนาคาร ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งผ่านก็พอ
ข้อดีของการกู้ร่วม
เหตุผลที่คนเลือกทางนี้
- วงเงินที่อนุมัติมักสูงขึ้นเพราะรายได้ถูกนำมารวมกัน
- ทำให้ซื้อทรัพย์ที่คนเดียวเอื้อมไม่ถึงได้
- แบ่งภาระการผ่อนกันตามที่ตกลงกันเอง
- ในบางกรณีช่วยให้ผ่านเกณฑ์ได้ ทั้งที่คนเดียวไม่ผ่าน
สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้ก่อนตัดสินใจ
อ่านให้ครบก่อนเซ็น เพราะแก้ทีหลังยาก
- คุณผูกกับหนี้ก้อนนี้ไปตลอดอายุสัญญา แม้ความสัมพันธ์จะเปลี่ยน
- ถ้าอีกฝ่ายผิดนัด เครดิตของคุณเสียไปด้วย
- การขอสินเชื่ออื่นของคุณจะยากขึ้นเพราะมีภาระนี้อยู่
- การถอนชื่อออกจากการกู้ร่วมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ฝ่ายเดียว
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ถ้าอีกฝ่ายหยุดจ่ายวันพรุ่งนี้ คุณผ่อนคนเดียวไหวหรือไม่ · ถ้าคำตอบคือไม่ไหว ต้องคุยเรื่องแผนสำรองให้จบก่อนเซ็น
ชื่อผู้กู้กับชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
จุดที่คนเข้าใจผิดรองจากเรื่องความรับผิด
- ผู้กู้ร่วมไม่ได้แปลว่าจะมีชื่อเป็นเจ้าของโดยอัตโนมัติ
- ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ถูกกำหนดตอนจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน
- เป็นไปได้ที่กู้ร่วมสองคนแต่มีชื่อเจ้าของคนเดียว หรือถือร่วมกันก็ได้
- ควรตกลงเรื่องนี้ให้จบก่อนวันโอน ไม่ใช่ไปคุยกันหน้าเคาน์เตอร์
ความต่างของคำเหล่านี้อธิบายไว้ที่ ศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้
ควรตกลงอะไรกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อตกลงระหว่างผู้กู้ร่วมด้วยกันเอง ไม่ได้ทดแทนสัญญากับธนาคาร แต่ช่วยได้มากเมื่อมีข้อพิพาท
- ใครจ่ายเท่าไรในแต่ละงวด และโอนผ่านช่องทางไหนให้ตรวจสอบได้
- ใครมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และในสัดส่วนเท่าไร
- ถ้าฝ่ายหนึ่งจ่ายแทนอีกฝ่าย จะคิดกันอย่างไร
- ถ้าจะขายทรัพย์ ต้องได้รับความยินยอมจากใครบ้าง และแบ่งเงินอย่างไร
- ถ้าฝ่ายหนึ่งอยากถอนตัว จะดำเนินการอย่างไร
- เก็บหลักฐานการโอนเงินผ่อนของแต่ละฝ่ายไว้ตลอดอายุสัญญา
ถอนตัวจากการกู้ร่วมทำได้ไหม
ทำได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจกันเองสองคนแล้วจบ
- ต้องได้รับความยินยอมจากธนาคาร เพราะเป็นการเปลี่ยนคู่สัญญา
- ธนาคารจะพิจารณาว่าผู้ที่เหลืออยู่มีความสามารถชำระหนี้เพียงพอหรือไม่
- ทางเลือกที่ใช้กันคือทำสินเชื่อใหม่ในชื่อผู้ที่เหลืออยู่
- ถ้าจะเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วย จะมีขั้นตอนที่สำนักงานที่ดินเพิ่มเข้ามา
- ให้ปรึกษาธนาคารเจ้าหนี้ก่อนวางแผน เพราะเงื่อนไขต่างกันในแต่ละแห่ง
เตรียมตัวก่อนยื่นกู้ทั้งชุด อ่านที่ ขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านง่าย และเอกสารที่ต้องใช้ที่ เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม
ดูทรัพย์ที่ประกาศขายอยู่ตอนนี้ได้ที่ ทรัพย์ประกาศขาย



