หลังโอนกรรมสิทธิ์เสร็จแล้ว งานของผู้ขายยังไม่จบทันที ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการต่ออีกหลายอย่างเพื่อปิดจ๊อบให้เรียบร้อยและป้องกันปัญหาที่อาจตามมาทีหลัง
หลังโอนกรรมสิทธิ์แล้ว งานของผู้ขายยังไม่จบทันที
วันโอนที่กรมที่ดินคือจุดสิ้นสุดของธุรกรรมหลัก แต่ยังมีภาระด้านเอกสารและการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่ผู้ขายควรจัดการให้ครบ เพื่อไม่ให้มีชื่อตัวเองค้างอยู่ในระบบใด ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์ที่ขายไปแล้ว
แจ้งเปลี่ยนผู้ใช้น้ำ-ไฟ-อินเทอร์เน็ต
ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้ใช้บริการหรือยกเลิกบริการในนามของผู้ขาย เพื่อไม่ให้มีบิลค้างส่งมาที่ชื่อเดิม และป้องกันปัญหาการเรียกเก็บเงินย้อนหลังที่อาจเกิดความสับสนกับเจ้าของใหม่
ปิดหรือโอนย้ายค่าส่วนกลางกับนิติบุคคล (ถ้าเป็นคอนโด)
กรณีเป็นคอนโด ควรติดต่อนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ ตรวจสอบว่ามียอดค้างชำระค่าส่วนกลางหรือไม่ก่อนวันโอน และขอเอกสารยืนยันว่าบัญชีของทรัพย์นั้นเรียบร้อยแล้วในนามผู้ขาย
เก็บเอกสารอะไรไว้บ้างหลังขาย และเก็บนานแค่ไหน
- สำเนาสัญญาซื้อขายและหนังสือสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโอน
- หลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในวันโอน เผื่อใช้อ้างอิงภายหลัง
- เอกสารยืนยันการปิดบัญชีค่าส่วนกลางหรือค่าสาธารณูปโภค
ระยะเวลาการเก็บเอกสารที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามลักษณะธุรกรรม หากไม่แน่ใจควรสอบถามกรมที่ดินหรือกรมสรรพากรเพื่อความชัดเจน
เอกสารที่ควรเตรียมและใช้ตลอดกระบวนการขายมีรายละเอียดเพิ่มเติมใน เอกสารสำหรับการขายทรัพย์ ซึ่งใช้อ้างอิงย้อนหลังได้เช่นกัน
ปิดประกาศทุกช่องทางให้ครบ ไม่ให้มีคนติดต่อมาซ้ำ
หลังขายเสร็จ ผู้ขายควรตรวจสอบว่าประกาศขายที่เคยลงไว้ในทุกช่องทางถูกปิดหรือลบแล้วจริง เพราะหากยังมีประกาศค้างอยู่ อาจมีผู้สนใจติดต่อมาซ้ำโดยไม่รู้ว่าทรัพย์ขายไปแล้ว ทำให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย หากขั้นตอนการโอนที่ผ่านมายังไม่ชัดเจนบางจุด สามารถย้อนไปทบทวนได้ที่ ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ และ สิ่งที่ต้องรู้ในวันโอนที่กรมที่ดิน
ถ้ายังมีทรัพย์อื่นอยู่ระหว่างขาย ทำอะไรต่อได้เลย
หากยังมีทรัพย์ชิ้นอื่นที่กำลังจะขายหรือยังไม่ได้เริ่มขาย ช่วงเวลาหลังปิดการขายทรัพย์แรกเป็นจังหวะที่ดีในการวางแผนต่อ หากต้องการให้ทีมงานช่วยดูแลตั้งแต่การตั้งราคาไปจนถึงวันโอน ลองพิจารณา บริการฝากขาย เพื่อให้กระบวนการขายทรัพย์ถัดไปราบรื่นเหมือนที่ผ่านมา



