การซื้อบ้านเพื่อทำโฮมออฟฟิศต้องคิดเพิ่มจากการซื้อบ้านทั่วไปสองเรื่องหลัก คือทรัพย์นั้นใช้เพื่อการทำงานได้เหมาะสมตามข้อกำหนดของพื้นที่หรือไม่ และผังภายในแยกพื้นที่ทำงานกับพื้นที่พักอาศัยได้ดีเพียงใด
ทรัพย์แบบไหนเหมาะกับการทำโฮมออฟฟิศ
โดยทั่วไปทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวมักมีความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโด เพราะมีพื้นที่แยกชั้นหรือแยกส่วนได้ชัดเจน การศึกษาประเภทของทรัพย์สินแต่ละแบบจะช่วยให้เห็นข้อดีข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
ข้อจำกัดการใช้พื้นที่เพื่อธุรกิจ ควรสอบถามใคร
หากทรัพย์ที่สนใจเป็นคอนโด ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงข้อกำหนดเรื่องการใช้ห้องเพื่อประกอบธุรกิจ ส่วนบ้านหรือทาวน์โฮมในหมู่บ้านจัดสรร ควรตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ เพราะเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารแตกต่างกันไปตามผังเมืองแต่ละพื้นที่
ทำเลที่เอื้อกับลูกค้าหรือพนักงานมาติดต่อ
ถ้าธุรกิจต้องมีลูกค้าหรือพนักงานแวะมาที่บ้านเป็นครั้งคราว ควรเลือกทำเลที่เดินทางสะดวก มีที่จอดรถเพียงพอ และไม่อยู่ลึกเข้าไปในซอยที่หารถหรือหาบ้านยาก
แยกพื้นที่ทำงานกับพื้นที่พักอาศัยอย่างไรตั้งแต่เลือกผัง
- เลือกบ้านที่มีห้องหรือชั้นแยกต่างหากสำหรับทำงานโดยเฉพาะ
- มองหาทางเข้าออกที่แยกจากส่วนพักอาศัยได้ถ้าจำเป็นต้องรับแขก
- เผื่อพื้นที่เก็บเอกสารหรืออุปกรณ์ทำงานแยกจากของใช้ในบ้าน
- พิจารณาระดับเสียงระหว่างโซนทำงานกับห้องนอน
ระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตที่รองรับการทำงาน
ตรวจสอบว่าระบบไฟฟ้าในบ้านรองรับอุปกรณ์สำนักงานที่ต้องใช้ไฟต่อเนื่อง และพื้นที่นั้นมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงหรือไม่ เพราะบางพื้นที่นอกเมืองอาจมีตัวเลือกผู้ให้บริการจำกัดกว่าที่คิด
จดทะเบียนธุรกิจที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
หากต้องการจดทะเบียนธุรกิจโดยใช้ที่อยู่บ้านเป็นที่ตั้ง ควรสอบถามเอกสารและเงื่อนไขที่ต้องใช้กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์ที่เลือกสามารถใช้เป็นที่ตั้งธุรกิจได้ตามที่ต้องการ
ก่อนตัดสินใจ ลองศึกษาคู่มือซื้อทาวน์โฮมเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อจำกัดของทาวน์โฮมแต่ละรูปแบบให้รอบด้านขึ้น
เมื่อกำหนดความต้องการชัดเจนแล้ว เริ่มค้นหาทาวน์โฮมหรือบ้านที่เหมาะกับการทำงานได้ที่หน้าซื้อบ้านและคอนโด



